Writing

It was just like a first kiss....

posted on 24 Nov 2007 01:34 by dulcetiar  in Writing
It seems that everything happened between us was just a dream.
Something... like delicated illusion which it was reality.

In fortuitously, as if a fairytale story..
And how we met it was very surprising..
You are there .. faraway from me..
But, I live here .. looking from my view..

Just like the leaves flutter down to the ground.
Blowing gently by cold breeze...
Voice of soft touch upon the tree branches..

The sweetest things spinning over me.

It was more melodious than every songs I have heard..
It was more fragrant than every flower or perfume I have smelled..
It was impressed me that you are here beside..

Even if it wasn't the first time in sequence of time.
But it was just like a first time to me now..

I wonder if all these things were only a dream..
So it's mean I have been slept for long period...
And It would be nightmare if I wake up.

Every feeling while we were together.. is engraved on my mind.

I could float to the clear indigo sky..
Flying pass haze and face to radiant of sunset colors..
Close my eyes then think of you..

You are here wherever I go
You are touched on mine.
And I will never let you out of my thoughts...

More than romantic things...or songs of serenade
It gorgeous and glittering...

It is just I miss you now..
See, how wonderful .. you made it for me
....



I reserve my free hand for yours..
..only your hand I want to hold..

edit @ 24 Nov 2007 01:37:21 by ☆ Dulcetiar

edit @ 24 Nov 2007 01:37:55 by ☆ Dulcetiar

"H2 ~ kimi to ita hibi "

posted on 14 Oct 2007 14:23 by dulcetiar  in Writing
H2 (エイチ・ツー)

...จากหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น Adachi Mitsuru ผู้เคยสร้างผลงานที่เป็นตำนานของวงการการ์ตูนวัยรุ่น เช่น "Miyuki" (1980-1984) , "Touch" (1981-1987) , "Slow Step"(1986-1991) และ "Rough" (1987-1989) เป็นต้น
หลายเรื่องของเขานั้นถูกนำมาสร้างออกมาเป็นการ์ตูน animation รวมถึงยังได้ถูกสร้างเป็นภาพยนต์ และ Series อีกด้วย


"H2" นับว่าเป็นเรื่องยาวที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Adachi Mitsuru มาก และออกวางจำหน่ายเล่มแรก เมื่อปี 1992 รวมทั้งหมด 34 เล่ม ส่วนของไทยนั้น ถูกพิมพ์เป็นของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ



H2 เป็นเรื่องราวของความรัก ความฝัน และความผูกพัน ที่ไม่ว่าใครก็ตามหากได้สัมผัสเรื่องราวของพวกเขา ..ล้วนประทับใจและไม่มีวันลืมเลือนความรู้สึกของพวกเขาได้..ในเรื่องจะเป็นพูดถึง กีฬาเบสบอล และ "โคชิเอง" เป็นหลัก โคชิเอง คือการแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนทางสำคัญเพื่อที่จะได้ก้าวเข้าไปสู่เส้นทางนักเบสบอลระดับมืออาชีพนั้นเอง



ต่อมาในปี 2005 H2 จึงถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งเป็น Series ซึ่งมีทั้งหมด 12 ตอน โดยมีนักแสดงตามตัวละครหลักดังต่อไปนี้

ตัวละครที่สำคัญ

Kunimi Hiro

โดยYamada Takayuki


Hiro (พ้องเสียงกับคำว่า Hero)เป็นตัวเอกของเรื่อง ผู้ซึ่งมีความสามารถในการขว้างลูก (Pitcher) เรียนอยู่ที่รร.มัธยมปลายเดียวกับ Haruka และเป็นเพื่อนบ้านตั้งแต่สมัยเด็กกับ Hikari ผู้ซึ่ง Hiro นั้นยังคงรักอยู่เสมอไม่ว่าเธอจะมีแฟนเป็น Hideo อยู่แล้วก็ตาม


Koga Haruka

โดยIshihara Satomi


Haruka (ฤดูใบไม้ผลิ) เป็นผู้หญิงที่ซุ่มซ่ามแต่น่ารัก เธอเป็นผู้จัดการชมรมเบสบอลของรร.มัธยมปลายเดียวกับ Hiro เป็นผู้ที่คอยอยู่เคียงข้าง Hiroและให้กำลังใจเสมอ จนกระทั่ง Hiro ประสบความสำเร็จ Haruka นั้นรัก Hiro แม้ว่า Hiro มักจะมองข้ามเธอกลับไปหา Hikari ก็ตาม


Tachibana Hideo

โดยTanaka Koutarou


Hideo เป็นเพื่อนที่เคยอยู่รร.มัธยมต้นเดียวกับ Hiro และ Hikari และเล่นเบสบอลทีมเดียวกัน เขาเป็นนักตีลูก (Batter) ที่มีพรสวรรค์ จึงเข้ารร.มัธยมปลายที่มีชื่อเสียงด้านเบสบอล เป็นคนที่ภายนอกนั้นดูเงียบและเข้มแข็ง เป็นแฟนกับ Hikari


Amamiya Hikari

โดยIchikawa Yui


Hikari (แสงสว่าง) ผู้ที่แสนอ่อนโยน เธอเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กกับ Hiro และเป็นแฟนกับ Hideo ซึ่งอยู่รร.มัธยมปลายเดียวกัน Hikari เป็นตัวละครที่ต้องตัดสินใจมากที่สุดในเรื่อง เพราะเธอรู้สึกลังเลกับความรักในปัจจุบัน (Hideo) กับความรักที่ยังคงอยู่ในความผูกพัน (Hiro)

...

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าชื่อของทั้ง 4 คนนั้นขึ้นต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ "H" ซึ่งคงเป็นความตั้งใจของ Adachi และอาจจะเกี่ยวพันกับ คำว่า "H2" ด้วยเช่นกัน

- - -

สาเหตุที่มาพูดถึง H2 เรื่องนี้ก็เพราะว่าพึ่งมีโอกาสได้ดูจนจบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ประทับใจจนกระทั่งน้ำตาไหล เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็บอกไม่ถูกจริงๆค่ะ เพราะไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มานานแล้วพอสมควร อาจจะเพราะมีอะไรบางอย่างที่มันละเอียดอ่อนกระทับกับตัวเราเป็นพิเศษ จึงรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ประทับใจที่สุดในรอบปีนี้เลย

เนื้อเรื่องที่สำคัญนั้น ใน Series จะแตกต่างบ้างกับหนังสือการ์ตูนโดยเฉพาะในตอนจบ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าทำได้ออกมาได้ลงตัวกว่าค่ะ เพียงแค่ 12 ตอนเท่านั้น แต่สามารถสื่อสารได้ครบทุกอย่าง...

สิ่งสำคัญของเรื่อง...


ความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพ
ตัวละครทั้งหมดแทบทั้งเรื่องมีสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ รวมทั้งเป็นสิ่งที่ซ้อนอยู่ระหว่างความรักของพวกเขาทั้ง 4 คน มิตรภาพภายในเรื่องนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ ความไว้ใจและเข้าใจ รวมทั้งยังเป็นกำลังใจให้กันเสมอ แม้ว่าจะต้องตกอยู่สถานการณ์ที่ทำให้ต้องต่อสู้ แข่งขันระหว่างกันและกันก็ตาม

ความสัมพันธ์ของความรัก
เป็นความรักที่อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ความรักทั่วๆไป อย่างที่เคยเห็นตามปกติทั่วไป โดยเฉพาะความรักของ Hiro และ Hikari ซึ่งดูจะซับซ้อนและแยกกันแทบไม่ออกระหว่างความผูกพันในอดีตจนถึงปัจจุบัน
ความรักที่ Hiro มีต่อ Hikari นั้นคือความรักที่เขามีให้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Hikari จะเป็นคนแรกที่ปรากฎขึ้นมาในใจของเขา Hikari เป็นผู้ทำให้ Hiro ก้าวต่อไปได้แม้ว่าจะล้มเหลว และยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของ Hiro เป็นความรักในอดีตที่เต็มไปด้วยความผูกพัน และก็เช่นเดียวกับ Hikari เธอตัดสินใจเป็นแฟนกับ Hideo แต่ความจริงแล้ว ในความรู้สึกลึกๆของเธอ เธอก็รัก Hiro มากเช่นเดียวกัน " ไม่ว่าพวกเขาทั้งสองคน ทั้ง Hiro และ Hikari จะถูกแยกออกจากกัน พวกเขาก็ยังมีกันและกันเสมอ และไม่มีทางที่ใครจะสามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนี้ไปได้.." ...เป็นคำพูดที่ Haruka พูดขึ้นมา

...ช่วงเวลาที่ใครบางคนกำลังอ่อนแอ... อีกคนก็จะอยู่ที่นั่นเสมอ....ทั้งที่ทั้งสองต่างไม่รู้ว่าอีกคนอยู่ที่นั่น

เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นมาก มากจนกระทั่งเราดูแล้วน้ำตานั้นไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเลย ความรู้สึกของ Hiro และ Hikari เป็นความรักที่แฝงความผูกพันอันอ่อนโยนและบริสุทธิ์มากเข้าไว้ด้วยกัน...

ในขณะเดียวกัน ความรักของ Haruka ผู้ที่เข้ามาทำให้ Hiro ได้มองเห็นปัจจุบัน... แม้ว่า Hiro จะมองข้าม Haruka และแม้ว่าสิ่งที่เธอทำทุกอย่างอาจจะดูมีค่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Hikari แต่ด้วยความจริงใจของเธอ ความรักที่มีแต่ให้โดยไม่ได้หวังการตอบแทนใดๆ เธอกลับทำให้เขามีพลังอีกครั้ง เธอเป็นสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันของ Hiro เพื่อให้เขาก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ด้วยรอยยิ้มที่แม้ว่าเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน เธอก็จะยิ้มให้กับ Hiro อยู่เสมอ และนั้นเองเป็นสิ่งที่ทำให้ Hiro ได้เข้าใจตนเองและค้นพบตัวเองโดยก้าวข้ามผ่านอดีตที่เจ็บปวดไปได้..

" แม้ว่าเธอจะรักใคร ไม่ว่าใครก็ตาม ความรักของฉันในตอนนี้ที่มีต่อเธอก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไป.. "


ส่วนในความรักของ Hideo และ Hikari เป็นความรักที่สมบูรณ์แบบของความรักทั่วไป ต่างคนต่างเข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องแสดงออกมาให้เห็น เขาทั้งสองทำให้อีกฝ่ายเข้มแข็งด้วยการมองดูและคอยรับเมื่อฝ่ายใดล้ม แม้ว่า Hikari จะดูลังเลและสับสน แต่ Hideo ก็ยังคงไว้ใจ Hiro เพื่อนของตน รวมทั้งยังมอบโอกาสแก่ Hikari ที่จะเลือกคนที่เธอรักที่สุด ความรักของ Hideo และ Hikari นั้นค่อนข้างเป็นการเสียสละที่น่าทึ่งมากจริงๆ...

"ที่ฉันเข้มแข็ง นั่นก็เพราะฉันอยู่ต่อหน้าเธอ..."
" ไม่ว่าอย่างไรฉันจะเข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อที่เธอจะได้ตัดสินใจที่จะเลือกฉันอีกครั้ง "


ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในฝัน

ความฝันของ Hiro และ Hideo คือการเป็นนักกีฬาเบสบอลระดับอาชีพ แม้ว่าจะต้องผ่านความยากลำบาก และต้องพบกับความผิดหวัง เขาก็ผ่านมันมาได้ เป็นความฝันที่ทำเพื่อตนเอง เพื่อคนที่รัก
ในเรื่องนั้น Hiro และ Hideo แม้ว่าจะต้องเป็นคู่ต่อสู้กัน ทั้งเบสบอลและความรัก มิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมในท้ายที่สุด แต่ว่าในความพยายามของพวกเขา บางครั้งก็คล้ายกับความอ่อนแอ ที่กลัวว่า สักวันหากพวกเขาปราศจากเบสบอล พวกเขาก็จะไม่มีอะไรเลย ซึ่งจะทำให้ความหวังของคนที่พวกเขาทั้งรัก นั่นคือ Hikari และ Haruka พังทะลายต่อตัวพวกเขาลงไปด้วย...

ความฝันของ Haruka คือการได้ไปเป็น Flight Attendance หรือแอร์ฯ นั้นเอง เพื่อที่จะได้คอยดูแลคนที่ตนรัก ซึ่งเป็นนักกีฬาเบสบอลมืออาชีพ(Hiro) นั่นเอง

สุดท้ายคือความฝันของ Hikari คือการเลือกที่จะได้เป็น Sport Reporter เพื่อที่จะได้เขียนข่าวให้กับคนที่ตนรัก (ทั้ง Hiro และ Hideo)

...

นอกจากนี้แล้วยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่สำคัญและดีมากๆ เมื่อได้ดูแล้วบอกตรงๆ ว่าทำให้หันกลับมามองตนเองและเข้าใจอะไรมากขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ > < จนกระทั่งรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีความหมาย และเราจะต้องไม่ยอมแพ้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ...

ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว..เพราะเพลงตอนจบของเรื่องได้สรุปความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ

^_^ อยากให้ทุกๆ คนได้ฟังนะ




Title : Over.. (ost. H2)
Artist : K


-------

あの日見た夢の影が 夕焼けに伸びてる
ano hi mita yume no kage ga yuuyake ni nobiteru
ふと君がいるような気がして 仆は振り返るよ
futo kimi ga iru youna ki ga shite boku wa furikaeruyo

いくつもの季節(とき)が すべてを虛ろにしてくけど
ikutsumo no toki ga subete wo utsuro ni shiteku kedo
記憶の中の君は 現在(いま)も 優しく微笑ってる
kioku no naka no kimi wa ima mo yasashiku waratteru

諦めるよりも辛いよ "失くすこと"に 慣れちゃ
akirameru yori mo tsurai yo "nakusu koto" ni narecha
何もしない後悔より ...いっそ打たれてたい
nanimo shinai koukai yori ...isso butaretetai
明日は強くなれるかな 今日の仆よりも
ashita wa tsuyoku nareru kana kyou no boku yori mo
君も何処かで微笑ってる 泣きたい時でも...きっと
kimi mo dokoka de waratteru nakitai tokidemo... kitto

傘を忘れたフリした 雨の帰り道は
kasa wo wasureta furishita ame no kaeri michi wa
やけに二人無口だったね 肩が濡れていたね
yake ni futari mukuchi datta ne kata ga nureteita ne

何度も觸れた君の手を 握れなかったように
nandomo fureta kimi no te wo nigirenakatta youni
未來に君をさらわれてた サヨナラさえ云えず
mirai ni kimi wo sarawareteta sayonara sae iezu

"変わること"を恐れながら 変わってゆく仆ら
"kawaru koto" wo osorenagara kawatteyuku bokura
忘れ去ってしまうのなら ...痛み抱きしめたい
wasuresatte shimau no nara ...itami dakishimetai
永遠よりもっと永く 瞬いてた日々
eien yori motto nagaku matataiteta hibi
君にいつかまた逢うため あの夢追うから...もっと
kimi ni itsuka mata au tame ano yume ou kara... motto

諦めるよりも辛いよ "失くすこと"に 慣れちゃ
akirameru yori mo tsurai yo "nakusu koto" ni narecha
何もしない後悔より ...いっそ打たれてたい
nanimo shinai koukai yori ...isso butaretetai
明日は強くなれるかな 今日の仆よりも
ashita wa tsuyoku nareru kana kyou no boku yori mo
君をいつでも想ってる 誰かのものでも...ずっと
kimi wo itsu demo omotteru dareka no mono demo... zutto

* * *

คำแปลเป็นไทย (ย่อ) (ซึ่งเราแปลเองค่ะ)

เศษเสี้ยวของความฝันที่แตกสลาย พวกเราได้เห็นวันนั้นที่แสงจากพระอาทิตย์ตกดินพาดข้ามไป
ดูเหมือนจะรู้สึกว่า เธออยู่ที่นั่น เมื่อฉันมองข้ามหัวไหล่ของฉันไป...

..แต่ทุกครั้งฉันเห็นเพียงแค่ความว่างเปล่า...
จนถึงตอนนี้ ในความรู้สึกที่อยู่ลึกเข้าไป ความทรงจำที่แสนอบอุ่นเหล่านั้น เธอยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนเสมอ..

มันเจ็บปวดมากกว่ายอมแพ้.. แม้ฉันเคยชินกับการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง... ฉันเลือกที่จะถูกทำร้ายร่างกายให้เจ็บช้ำ มากกว่าการที่ไม่พยายามและต้องเสียใจ

บางทีวันพรุ่งนี้ ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าฉันคนเดิมในวันนี้...
ฉันเชื่อว่าเธอยังคงยิ้มอยู่ ที่ไหนสักแห่ง แม้ว่าเวลาที่ฉันอยากจะร้องไห้...

* * *




 

"...Do your best! ... Don't lose! "

..Martini..

posted on 13 Oct 2007 01:10 by dulcetiar  in Writing
. . M a r t i n i . .
『 Something that can make the delightful smile,
it just pay attention to the passionate details..』


ที่โต๊ะยาว...มีรูปทรงของสิ่งๆหนึ่งตั้งอยู่
ลักษณะนั้นใสและเต็มไปด้วยหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่โดยรอบ
...น้ำที่อยู่ในสิ่งนี้ ไร้ซึ่งสีสันใดๆ และสามารถมองผ่านทะลุไปอีกฟากหนึ่งของโต๊ะได้ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนเหมือนการมองด้วยตาปกติ
แต่ภาพที่เห็นผ่านน้ำจากแก้วใบนี้ได้สร้างมุมมองแปลกๆขึ้นมา ..
..ชวนให้ฉันต้องรู้สึกขำในใจอยู่บ่อยๆ

วันนี้ก็เช่นเดียวกับวันอื่น ฉันได้มานั่งอยู่ตรงที่เดิม ...
และยกแก้วน้ำใบเล็กๆ ขึ้นมามองอีกครั้ง คงไม่มีใครสนใจฉันเท่าไหร่นัก..
...เพราะรอบๆ ตัวของฉันตอนนี้ไม่มีใครสักคน

พวกเขาในสายตาฉันตอนนี้เป็นเพียงแค่รูปทรงที่เคลื่อนไหวได้
เป็นเพียงองค์ประกอบของวัตถุรอบๆ ในฉากหนึ่งของชีวิตฉันเท่านั้น
ฉันรู้...พวกเขามีชีวิต มีความรู้สึกและอารมณ์เหมือนกันกับฉันทุกๆอย่าง พวกเขาทุกคนมีความสำคัญและมีคุณค่าเป็นของตัวเอง
...แต่ไม่ใช่กับฉันในตอนนี้..

ขณะที่ฉันมองผ่านแก้วใบนี้เหมือนทุกๆครั้งที่ฉันเคยทำ
ความหวังที่จะได้เห็นสิ่งที่ฉันไม่เคยมองเห็นมันด้วยตาปกตินั้น..
.......ถูกทำลายลงไปด้วยด้วยเสียงๆหนึ่ง
 
...คนที่นั่งอยู่ข้างฉันบิดตัวเข้าหากระเป๋าและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายด้วยท่าทางที่ลุกลี้ลุกลน เธอผมยาวมากจนปลายของผมนั้นปรกแขนของเธอ ดูเหมือนเธอมีเรื่องรีบร้อนอะไรบางอย่างจนในที่สุดจึงต้องรีบลุกออกไปจากโต๊ะ และฉันก็ได้แค่เพียงมองสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่บนโต๊ะ รูปทรงของก้อนเค้กที่เหลืออยู่บนจานสีไข่ไก่และรูปทรงของหูจับแก้วชา..
..ที่ภายในแก้วนั้นยังคงเหลือชาอยู่เช่นกัน..

ฉันมองค้างอยู่อย่างนั้นและคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอคนนั้นต้องเร่งรีบออกไป
แต่มันก็คงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน และฉันเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอ
ฉันเองก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร้านแห่งนี้ เป็นฉากๆหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอเท่านั้น

...น้ำที่หยดลงมาโดนแขนเสื้อสีดำข้างหนึ่ง ทำให้ฉันรู้สึกตัวอีกครั้งว่าฉันยังคงถือแก้วอยู่ และควรจะหันกลับมาสนใจมันได้แล้ว ฉันจึงก้มตัวลงและยกแก้วสูงขึ้นให้อยู่ในตำแหน่งสายตาพอดี ฉันมองผ่านหยดน้ำเล็กเหล่านั้น มองผ่านความหนาของแก้ว และลูกมะกอกเสียบไม้ที่วางอยู่บนขอบ มองทะลุออกไปสู่วัตถุที่อยู่ตรงหน้า..
...ฉันรู้สึกขำเหมือนทุกๆครั้ง ตลกในสิ่งที่ตัวเองมองเห็นและสิ่งที่ตนเองทำอยู่ มันดูไร้สาระ แต่มีความหมายกับฉันอย่างบอกไม่ถูก

ฉันเอนแก้วลงมาสัมผัสที่ริมฝีปากและดื่มสิ่งที่มีอยู่ในนั้นให้หมดภายในทีเดียว...
...รสชาติที่ขมจนแสบคอ หากสัมผัสด้วยลิ้นเพียงเท่านั้น
แต่กลิ่นของมันกลับหอมและกรุ่นลึกเข้าไป มีอะไรบางสิ่งบางอย่างมากกว่ารสชาติที่มีอยู่
และมากกว่าลักษณะของมันที่ดูไม่ต่างอะไรจากน้ำเปล่านัก...

" Martini " คือชื่อของมัน เครื่องดื่มที่คลาสสิคที่สุด ความละเอียดอ่อนของส่วนผสมที่ตรงข้ามกับความเรียบง่ายซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนในภายนอก..
....และนี่คือเหตุลที่ทำให้ฉันชอบ การใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้สึก" ...

การใส่ใจเรื่องเล็กน้อยที่มักถูกมองข้ามไป เพียงเพราะทุกๆคนต้องการแค่จะรู้สิ่งที่เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด.. ต้องการรู้เพียงแค่สิ่งที่เป็นแกนหลักเท่านั้น..พวกเขาเชื่อว่าสิ่งรอบๆข้าง นั้นไม่มีคุณค่าใดๆ จะมีหรือไม่มี ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรต่อสิ่งที่เป็นจุดประสงค์หลักของเขา


...แต่ฉัน เป็นคนหนึ่งที่ไม่คิดเช่นนี้...
ฉันใช้เวลาว่างที่มีมานั่งอยู่ที่ร้านแห่งนี้ ดื่มสิ่งที่เรียกว่า " Martini "แก้วนี้ให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อเตือนตัวตนของฉันเองว่า ..ตอนนี้ ...ฉันได้มองข้ามรายละเอียดของสิ่งใดไปบ้างหรือเปล่า...
แม้รายละเอียดเล็กน้อยจะไม่สำคัญเทียบเท่า.. ทว่ามันคือสิ่งที่นำมาซึ่งทุกสิ่งของสิ่งๆนั้น
บ่งบอกความเป็นจริงที่สุด และทำให้รู้ถึงสาเหตุทั้งหมด.. โดยไม่เคยโกหกหรือหลอกหลวงเลย

ฉันหลับตาลง เอนตัวเข้าสู่เบาะสีขาว และนึกถึง "ความรู้สึก" ที่มีอยู่ในตัวของคนทุกคน
ความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะในขณะเวลาใดก็ตาม ก็ไม่มีทางที่จะสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน และสุดท้ายก็จะถูกตัดสินจากภายนอกเท่านั้น ไม่ต่างอะไรไปกับ " Martini "
ที่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความซับซ้อนในการผสม ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ซึ่งดูเรียบง่ายไม่พิเศษหรือต่างอะไรจากเครื่องดื่มอื่นๆ

ฉันยังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิม และย้อนกลับมานึกถึงตัวเองอีกครั้ง

...ฉันมักจะรู้สึกดี รู้สึกดีมากเพราะใครคนหนึ่ง..
...ซึ่งก็คือตัวฉันเอง ที่มักมีคุณสมบัติในการที่จะคิดทบทวนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ..
........ต่อทุกสิ่งทุกอย่างเสมอ
 
ไม่รู้ว่ามันจะน่าเบื่อหรือน่ารำคาญเกินไปมั้ย สำหรับคนอื่นๆ ถ้าพวกเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่ฉันคิดอยู่...
...แต่สำหรับตัวฉันเอง...
...ฉันมีความสุขกับสิ่งเรียบง่าย แบบนี้..
และมันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ฉันในวันนี้มี รอยยิ้ม..


ฉันยิ้ม...แม้ในวันที่ฉันได้สูญเสียคนที่ฉันรักที่สุดไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับมา..
. . .
 
 
...

เมื่อหันมองกลับมา..
รอบตัวของฉันนั้น ..มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น
 
 

ฉันเห็น..
สิ่งที่เงียบสงัดท่ามกลางความมืดมิดของปัจจุบัน
ภายใต้ในเงาเหล่านั้นมีความอบอุ่นของอดีตแฝงอยู่..
 
 
และฉันก็ไม่อาจลืม...
 
...
 
หลายสิ่งหลายอย่าง เปลี่ยนแปลงมากน้อยต่างกันไป
..แม้แต่ตัวฉันเอง
 
 
...

ระหว่างที่ฉันเงยหน้าขึ้นมา..

มองแสงไฟไกลๆ ซึ่งระยิบระยับบนถนนด้านหน้า..
ฉันก็สัมผัสได้ถึงสายลมเบาๆ ที่พัดผ่านเข้ามาบนใบหน้าและร่างกาย

..อุณหถูมิของลมที่ฝากความรู้สึกอันอ่อนโยนมา

ช่างแสนสบายและผ่อนคลายเหลือเกิน..

...
ในตอนนั้นเองที่ฉันแหงนหน้าอีกครั้ง ..มองขึ้นไปบนฟากฟ้ายามค่ำคืน
 
..ดวงดาวมากมายนั้นเรียงราย และพร่างพราวอยู่ด้านบน..
...
ดาวเหล่านั้นที่มองคล้ายเป็นรูปร่างของสิ่งต่างๆ
คือสิ่งที่ฉันเคยจำได้จนติดตา.....

......
 
...ราวกับเวลาที่ย้อนหวนคืนมา...

ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นช่วงเวลานั้น

ราวกับว่ามันยังคงเป็นวันนั้น...

...

วันวานเหล่านั้น

...
ภาพความทรงจำวัยเด็กของฉันทั้งหมดหวนคืนกลับมา
ซ้อนทับจางๆ บนภาพเดิมๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
 
ยังคงเป็นเหมือนในอดีต..

...
.....
 


ทันทีที่ความรู้สึกของฉันกลับคืนเข้ามาเป็นสติ...

ก็ทำให้ฉันนั้นได้รู้ตัว..
 
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป..
ฉันจะไม่เสียใจไปมากกว่าที่เคยเสียใจ
ฉันจะดีใจมากกว่าที่ฉันเคยดีใจ

...เพราะ..
 
...

ไม่ว่าเรื่องราวและทุกอย่างนั้นจะแปรเปลี่ยนไป...

...แต่ความรู้สึกของฉันนั้น...

...จะยังเหมือนเดิมเสมอ

......




...

.. สิ่งปรุงแต่งชนิดนึง ..

posted on 13 Oct 2007 01:09 by dulcetiar  in Writing
ลึกลึก ฉันมีอะไร..
 
สิ่งที่ฉันต้องการคืออะไร..
 
ความทรงจำและสิ่งที่แล้วมา
หรือสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น
 
...
 
สิ่งใดกันแน่
 
ที่กำลังทำร้ายตัวฉันเอง
 
 
...
 
ฉันรออะไรบางอย่างรึเปล่า
ฉันคาดหวังอะไรบางมั้ย
 
อะไร...
 
 
 
เรื่องเก่าๆ ที่ทำให้รอยยิ้มฉันหายไป
ความจริงแล้วมันเศร้ามากมายขนาดนั้น
...หรือตัวฉันเองที่ทำร้ายตัวเอง
 
ตอนนี้ฉันเสียอะไรไปบ้างรึเปล่า
ฉันสูญเสียอะไรไปกับสิ่งที่มีอยู่ในขณะนี้
ฉันต้องการอะไร หรืออาจจะไม่ได้ต้องการอะไรเลยก็ได้..
 
 
มันปวดร้าวยังไงไม่รู้ ที่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวของฉันเอง...
 
...กำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไป
 
 
 
วันนี้ฉันคิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่าง
ด้วยการทำให้ความคิดที่เคยมีนั้นหายไป
 
ด้วยความเงียบ...
 
..มันเป็นสิ่งเรียบง่ายที่ดีที่สุด
ที่คนเราทุกคนควรจะมี
 
แต่พออยู่ตรงนี้แล้ว
ไม่ว่าจะมีเรื่องที่ดี ไม่ดี หรืออะไรก็ตาม
...
 
มันยังคงสงบนิ่ง... และนิ่งเกินไป
... มันเหงา
 
 
 
เหงาเกินไปที่จะอยู่ตรงนี้
 
 
 
...
 
 
 
 
ตัวของฉันเองที่เคยมีนั้นหายไปไหน
.....
ตัวตนที่แท้จริง
 
 
ของฉัน
 
 
 
 
 
 
..
 
อยู่ที่ไหนกัน